วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556


 

บทความน่ารู้ เรื่องวิธีการปรับแต่ง Windows XP ให้ทำงานได้เร็วขึ้น
ที่นี่คือศูนย์รวมบทความที่น่าสนใจและให้ความรู้จากทุกมุมโลก เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับคนไทยทุกคน
ธีการปรับแต่ง Windows XP ให้ทำงานได้เร็วขึ้น แบบไม่ต้องลงทุน

ทำการลง Driver ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีมาให้สำหรับ Windows XP โดยเฉพาะ
           สำหรับ ท่านที่ใช้งาน Windows XP นั้น ความจริงหลังจากที่ลง Windows ใหม่ ๆ แล้ว อุปกรณ์บางตัว อาจจะสามารถ ทำงานได้เลย โดยไม่ต้องมานั่งลง Driver ให้ยุ่งยาก แต่เพื่อให้อุปกรณ์ต่าง ๆ นั้น สามารถทำงานได้ อย่างเต็มประสิทธิภาพ มากขึ้น ขอแนะนำให้ทำการลง Driver ของอุปกรณ์แต่ละตัวไปอีกครั้งด้วย จะช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ในการใช้งานได้มาก

การปรับแต่ง Performance ของระบบให้ทำงานได้เร็วขึ้น
          เป็น การตั้งค่า Virtual Memory ของระบบที่เหมาะสม โดยเริ่มจากการคลิกเมาส์ขวาที่ My Computer บนหน้า Desktop เลือก Properties และเลือก Advanced ในช่อง Performance กดที่ปุ่ม Settings >> Advanced และด้านล่างเลือกกดที่ปุ่ม Change จะได้ตามภาพ

          ทำ การเปลี่ยนค่าของ Virtual ให้เป็นแบบ Custom size และกำหนดไว้ที่ 512-512 ตามภาพแล้วกด OK จากนั้นเครื่องจะทำการ Restart ใหม่ครั้ง

การปรับแต่ง Startup and Recovery ของระบบวินโดวส์
          เป็น การกำหนดขั้นตอน เมื่อระบบวินโดวส์เริ่มต้นทำงาน และการกำหนดการกระทำ เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นให้เหมาะสม โดยทำการคลิกเมาส์ขวาที่ My Computer บนหน้า Desktop เลือก Properties และเลือก Advanced ในช่อง Startup and Recovery กดที่ปุ่ม Settings จะได้ตามภาพ

          ทำ การยกเลิกการเครื่องหมายถูกใต้ช่อง System failure ออกให้หมด (สำหรับเครื่องหมายถูกด้านบนใต้ช่อง system startup ให้ปล่อยไว้ตามเดิม เนื่องจากเป็นการกำหนดการเลือกบูต Windows แบบหลายระบบ หรือถ้าหากเครื่องนั้น ลงระบบ Windows ไว้แค่ตัวเดียว ไม่ได้ใช้ลูกเล่นนี้ก็เอาออกไปได้เช่นกันครับ) จากนั้นก็กด OK ครับ

การปรับแต่งระบบรายงานข้อผิดพลาดหรือ Error Reporting
          เป็น การกำหนดวิธีการรายงานข้อผิดพลาด ซึ่งไม่ค่อยได้ใช้งานอะไร ก็จัดการยกเลิกการทำงานส่วนนี้ซะเลย โดยทำการ คลิกเมาส์ขวาที่ My Computer บนหน้า Desktop เลือก Properties และเลือก Advanced ที่ด้านล่าง ให้กดที่ปุ่ม Error Reporting จะได้ตามภาพ

ทำการเลือกที่ช่อง Disable error reporting ตามภาพแล้วกด OK ครับ

ปิดการทำงานของ System Restore เพื่อไม่ให้เปลืองพื้นที่ของฮาร์ดดิสก์
          เป็น การปิดการทำงานของระบบ System Restore หรือระบบย้อนเวลากลับของ Windows เช่น ถ้าหากเรามีการติดตั้ง ซอฟต์แวร์ลงไปในเครื่อง แล้วเกิดเปลี่ยนใจหรือว่าซอฟต์แวร์ตัวนั้น ไปสร้างปัญหาให้กับระบบ เราก็สามารถย้อยเวลากลับไป ณวันที่หรือเวลาที่เราต้องการได้ แต่เนื่องจากการที่จะสามารถ ย้อนเวลากลับไปได้นั้น Windows จะต้องใช้พื้นที่บน ฮาร์ดดิสก์ ส่วนหนึ่ง ในการเก็บข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ด้วย ตรงนี้แหละครับที่เรียกว่า System Restore ซึ่งถ้าหาก ไม่ต้องการ ใช้งานระบบในส่วนนี้ ก็จัดการปิดการทำงานไปซะดีกว่าครับ โดยทำการ คลิกเมาส์ขวาที่ My Computer บนหน้า Desktop เลือก Properties และเลือก System Restore

ติ๊กเครื่องหมายถูกที่ช่อง Turn off System Restore on all drive แล้วกด OK ครับ

การตั้งให้ปิดระบบการทำงานของ Auto Update ไปเลยดีกว่า
          เป็น การตั้งให้ระบบการอัพเดตไฟล์หรือ Patch ต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ของ microsoft แบบอัตโนมัติไม่ทำงาน เนื่องจาก ถ้าหากมีการตั้ง Auto Update นี้ไว้ จะทำให้เมื่อเล่นอินเตอร์เน็ตแล้ว จะมีการเช็คหรือตรวจสอบอยู่บ่อย ๆ รวมถึงในบางครั้ง อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ Windows ต่อเน็ตเองด้วย ซึ่งหากเราต้องการที่จะทำการอัพเดตจริง ๆ ก็สามารถสั่งเองได้เช่นกัน โดยทำการ คลิกเมาส์ขวาที่ My Computer บนหน้า Desktop เลือก Properties และเลือก Automatic Updates ตามภาพ


เอาเครื่องหมายถูกหน้าช่อง Keep my computer up to date... ออกไปและกด OK ครับ

การปิดการทำงานของระบบ Remote Desktop
          เป็น การปิดการทำงานของการใช้งาน Remote Desktop หรือการทำ Remote จากเครืองคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ไปยังอีกเครื่องหนึ่ง โดยปกติเราจะไม่ได้มีการใช้งานส่วนนี้อยู่แล้ว ปิดไปเลยดีกว่าครับ โดยทำการ คลิกเมาส์ขวาที่ My Computer บนหน้า Desktop เลือก Properties และเลือก Remote ตามภาพ


เอาเครื่องหมายถูกออกไปให้หมดเหมือนภาพด้านบน และกดที่ปุ่ม OK ครับ

การปรับแต่งระบบ Registry ของระบบวินโดวส์ให้ทำงานได้ดีขึ้น
สำหรับ ส่วนนี้ ก็จะเป็นการปรับแต่งระบบ Registry ของ Windows โดยในที่นี้ จะไม่ขออธิบายรายละเอียดมากนัก เอาเป็นว่า อยากจะลองปรับแต่งตรงไหน ก็กดเลือกที่ Registry สำเร็จรูปที่ได้เตรียมไว้แล้ว ให้ทำไปทีละอันตามต้องการจนครบได้เลย โดยวิธีการ ก็เพียงแค่เลือกที่ลิงค์ด้านล่างนี้ เลือกที่ Run และกดที่ Yes ครับ หรือจะ Save ไว้เลยก็ได้
1. การปรับแต่งวินโดวส์ให้บูตเร็วขึ้น โดยการปรับค่า Memory Management
2. การปรับแต่งวินโดวส์ให้เล่นเน็ตเร็วขึ้น โดยการปรับแต่งค่า MAXConectionsPerServer
3. การปรับแต่งวินโดวส์ให้ชัตดาวน์ได้เร็วขึ้น โดยการปรับค่าต่าง ๆ ของระบบ

ที่มาจาก : vcharkarn.com

 

บทความน่ารู้ เรื่อง7 วิธีใช้คอมพิวเตอร์ แบบทำร้ายตัวเอง
ที่นี่คือศูนย์รวมบทความที่น่าสนใจและให้ความรู้จากทุกมุมโลก เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับคนไทยทุกคน
  สำหรับคนที่อยู่ดีไม่ว่าดีชอบหาเรื่องแผลงๆ มาทดลองและไม่เห็นค่าของความ "อโรคยา"...SHE's smart ก็มีวิธีง่ายๆ มาสนองเจตนารมย์ค่ะ วิธีเหล่านี้ง่ายมากสามารถทำได้โดยใช้คอมพิวเตอร์ธรรมดานี่แหละเป็นอุปกรณ์ แล้วก็ไม่เสียเวลามากด้วย เพราะเราสามารถบั่นทอนสุขภาพของตัวเองไปพร้อมๆ กับที่นั่งทำงานได้เลย เห็นมั้ยคะว่าสะดวกแค่ไหน ค่อยๆ ทำตามกันไปทีละข้อนะคะ

           วิธีที่ 1 ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ จอ เพราะระยะห่างที่ปลอดภัยระหว่างดวงตา ของเรากับจอคอมพิวเตอร์อยู่ที่ 20-24 นิ้ว ดังนั้นถ้าเรายื่นหน้าเข้าไปให้ใกล้กว่านั้น ดวงตาเราก็จะได้รับทั้งรังสีปริมาณมาก และได้เพ่งจอใกล้ๆ ด้วย ผลที่จะได้ระยะสั้นคือปวดหัว ปวดตา ส่วนระยะยาวคืออาจจะเป็นต้อหินและตาบอดได้ในที่สุดค่ะ

           วิธีที่ 2 ตั้งจอให้แสงสะท้อนเข้าตา พยายามหันหน้าจอให้มีแสงจ้าๆ สะท้อนเข้าตาเรา เช่น วางจอไว้ใกล้หน้าต่างตอนกลางวัน หรือตั้งโคมไฟไว้ใกล้ๆ หน้าจอ เพราะแสงที่สะท้อนออกมาจากจอคอมพิวเตอร์สามารถทำให้ดวงตาของเราเมื่อยล้าได้ ง่ายๆ สมใจค่ะ 

           วิธีที่ 3 จ้องจอนานๆ พยายามจ้องจอคอมพิวเตอร์ให้มากกว่าครั้งละ 30 นาที ถ้าเริ่มรู้สึกปวดตาเมื่อไหร่แสดงว่าใช้ได้แล้ว เพราะนั่นหมายถึงดวงตาเริ่มล้าแล้ว ทำบ่อยๆ คุณภาพตาจะแย่ลงเรื่อยๆ ถ้าไม่กระพริบตาเลยจะยิ่งดี เพราะจะทำให้ตาแห้ง แล้วก็แสบตาในที่สุด ส่วนแผนกระจกกรองแสงถ้ามีก็ถอดออกเสีย เพราะจะเป็นการกรองรังสีจากจอ ดวงตาจะปลอดภัยเกินไปค่ะ 

           วิธีที่ 4 นั่งให้ผิดท่า ชุดเก้าอี้และโต๊ะที่ใช้ถ้าหาแบบที่ต่างระดับกันได้มากๆ จะทำให้ท่านั่งผิดสุขลักษณะ ซึ่งจะส่งผลเสียโดยตรงต่อกล้ามเนื้อกับกระดูกที่แขน ไหล่ หลัง และคอ และเราสามารถเพิ่มระดับความอักเสบของกล้ามเนื้อให้มากขึ้นด้วยการนั่งที่ผิด ท่า นั่นก็คือเวลาใช้คอมพิวเตอร์อย่านั่งหลังตรง ให้นั่งค้อมไปข้างหน้าบ้าง แอ่นไปข้างหลังบ้าง

           วิธีที่ 5 วางคีย์บอร์ดให้ผิดทาง เวลาพิมพ์งานลองหามุมวางคีย์บอร์ดแล้วทำให้ต้องวางมือยากๆ ควรวางข้อมือบนโต๊ะหน้าคีย์บอร์ดถ้าหากจำเป็น การพิมพ์ก็ให้กดแป้นพิมพ์ควรกดแป้นพิมพ์แรงๆ เพราะเมื่อทำต่อเนื่องไปนานๆ จะเมื่อยและเจ็บนิ้ว และยังของแถมคือคีย์บอร์ดจะเจ๊งเร็วขึ้น  เก้าอี้ที่ใช้ให้เลือกใช้แบบที่ไม่มีที่ให้วางแขน เพื่อที่แขนจะได้เกร็ง เมื่อเกร็งมากๆ ก็จะเมื่อยแขน ปวดไหล่ ปวดนิ้ว ลามไปถึงคอและหลังได้ด้วย

           วิธีที่ 6 กินขนมหน้าคอมฯ ให้ หาขนมมากินขณะที่ใช้คอมพิวเตอร์ไปด้วย เพราะมีโอกาสที่เศษขนมหรือเกล็ดน้ำตาลจะหล่นลงไปในแป้นคีย์บอร์ด แล้วกลายเป็นอาหารของแบคทีเรีย ซึ่งถ้าเราใช้คีย์บอร์ดสลับกับกินขนมครั้งแบบนี้อีก เราอาจจะโชคดีได้ท้องเสีย เพราะนิ้วของเราย่ำยีอยู่กับแหล่งเพาะเชื้อตลอดเวลานั่นเอง

           วิธีที่ 7 แช่แข็งตัวเองอยู่หน้าจอ พยายามหาเรื่องอะไรมาทำให้ตัวเองเพลินๆ จะได้นั่งอยู่หน้าเครื่องนานๆ จะได้ลืมให้หมดว่าการที่ไม่เปลี่ยนอิริยาบถนานๆ จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เครียดจนเมื่อยจนปวด จะได้ลืมว่าควรกินน้ำชั่วโมงละ 1 แก้ว จะได้ลืมว่าถ้าปวดฉี่แล้วไม่ยอมไปห้องน้ำจะทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

           แค่คุณทำตาม 7 วิธีนี้ก็เชื่อว่าสุขภาพคุณคงจะย่ำแย่ลงได้บ้างล่ะค่ะ ถ้าอยากเจ็บป่วยแบบไหนก็เลือกกันตามอัธยาศัยเลยค่ะ เมื่อสุขภาพแย่ลงการทำงานก็จะแย่ลงไปด้วย และในที่สุดชีวิตคุณก็จะอับเฉาลงเรื่อยๆ ด้วย 7 วิธีนี้เราหวังว่าคุณจะสมหวังค่ะ

ที่มาจาก : vcharkarn.com

ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่ง 10 ประการ ของไมโครซอฟท์
Bookmark and Share 

บทความน่ารู้ เรื่องข้อเท็จจริงที่น่าทึ่ง 10 ประการ ของไมโครซอฟท์
ที่นี่คือศูนย์รวมบทความที่น่าสนใจและให้ความรู้จากทุกมุมโลก เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับคนไทยทุกคน


1. ครั้งแรกของ “Microsoft”
ชื่อ “Microsoft” นั้นถูกใช้เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ปี 1975 ในจดหมายที่ Bill Gates ส่งถึง Paul Allen ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท โดยครั้งแรกนั้นจะเขียนเป็น “Micro-Soft” และอีกหนึ่งปีคือวันที่ 26 พฤศจิกายน ปี 1976 เครื่องหมายการค้านี้ก็ถูกใช้เป็นชื่อบริษัทนับตั้งแ ต่นั้นมา

2. เขตปลอด iPod และ Google
ได้ชื่อว่าเป็นซีอีโอของไมโครซอฟท์ Steve Balmer จึงได้ปลูกฝังลูกๆ ของเขาให้ใช้แต่ผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ โดยตอนหนึ่งของบทสัมภาษณ์กับสถานี CNN เขากล่าวว่า “ลูกๆ ของผมก็เหมือนเด็กทั่วๆ ไป ที่อาจจะไม่ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดตลอดเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมทำสำเร็จก็คือการล้างสมองพวกเขาไม่ ให้ใช้ Google และ iPod”

3. เกมตัวเลข I
ปัจจุบันไมโครซอฟท์จ้างพนักงาน 95,828 คนทั่วโลก โดยพนักงานเหล่านั้นมีอายุเฉลี่ย 37 ปี ในจำนวนนี้เป็นผู้ชาย 74.7 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ไมโครซอฟท์ยังครอบครองอสังหาริมทรัพย์ (ทั่วโลก) ทั้งหมด 88 แห่ง คิดเป็นพื้นที่รวม 1,121,739.83 ตารางเมตร

4. เฉพาะ Mac เท่านั้น
โปรแกรม MS Office เวอร์ชันแรกเปิดตัวเมื่อปี 1989 โดยมีให้เลือกทั้งแบบที่เป็นฟลอบปี้ดิสก์และซีดีรอม และสามารถใช้กับระบบปฏิบัติการ “Mac OS” เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนเวอร์ชันสำหรับวินโดว์สของ Word, Excel, PowerPoint นั้นตามออกมาในปี 1990 (Microsoft Office 3.0)

5. พิเศษเฉพาะวินโดว์ส
เสียงเริ่มต้นของวินโดว์ส 95 นั้นถูกเรียบเรียงขึ้นเป็นพิเศษโดยนักแต่งเพลง Brian Eno และถูกบันทึกด้วยเครื่อง Apple Macintosh ส่วนเสียงที่ใช้ในวิสต้านั้นถูกเรียบเรียงโดย Robert Fripp อดีตมือกีต้าร์แห่งวง King Crimson

6. เกมตัวเลข II

ในแต่ละวัน Microsoft Dining Service ซึ่งเป็นแผนกที่รับผิดชอบเรื่องการดูแลเรื่องอาหารกา รกินให้กับพนักงานในเรดมอนด์จะต้องเตรียมพิซซ่าไว้รอ งรับมากถึง 2,200 ชิ้น และในแต่ละปี พนักงานของไมโครซอฟท์จะบริโภคนม 4 ล้านกล่อง น้ำแร่ 7 ล้านขวด และชาผง 2 ล้านซอง

7. กว่า 12,000 วัน กับไมโครซอฟท์
Bill Gates ทำงานกับตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 1975 จนกระทั่งเกษียณตัวเองไปเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2008 ในบริษัทที่ตัวเองก่อตั้งขึ้น ซึ่งคิดเป็นจำนวนวันทั้งหมด 12,139 วัน (รวมวันหยุดพิเศษและวันหยุดประจำสัปดาห์)

8. ปู่ทวดของวินโดว์ส
ระบบปฏิบัติการตัวแรกของไมโครซอฟท์มีชื่อว่า “Xenix” โดยทายาทของ Unix ตัวนี้ถูกเปิดตัวสู่ตลาดครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 1980 โดย Bill Gates ต้องการที่จะผลักดันให้มันเป็นมาตรฐานของระบบปฏิบัติ การสำหรับพีซี แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะ Xenix จำเป็นต้องใช้ฮาร์ดดิสก์และหน่วยความจำในการทำงานถึง 256KB ซึ่งในขณะนั้นเครื่องพีซีจะมีหน่วยความจำสูงสุดแค่ 64KB ในขณะที่ฮาร์ดดิสก์ก็ยังมีราคาแพงมาก

9. ปุ่ม Save ที่ผิดพลาด
เคยสังเกตไหมว่ามีอะไรผิดปกติกับไอคอน “Save” ในโปรแกรม Office เวอร์ชันก่อนหน้า 2003 ทั้งหมด ... คำตอบคือ ช่องอ่านแผ่นบนแผ่นเหล็กที่เลื่อนไป-มาได้ถูกวางไว้สลับด้านกัน

10. 16 พันล้านชุดข้อมูลบน Excel

ตารางทำงานของ Excel 2007 รองรับข้อมูลได้ถึง 16,000 คอลัมน์ กับอีก 1 ล้านแถว หรือคิดเป็นจำนวนมากถึง 16,000,000,000 ชุดข้อมูลในหนึ่งตารางเลยทีเดียว

ขอบคุณที่มา : chipthailand.com

Acer เปิดตัว คอมพิวเตอร์ รุ่นใหม่รับ Windows 8
Bookmark and Share 

บทความน่ารู้ เรื่องAcer เปิดตัว คอมพิวเตอร์ รุ่นใหม่รับ Windows 8
ที่นี่คือศูนย์รวมบทความที่น่าสนใจและให้ความรู้จากทุกมุมโลก เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับคนไทยทุกคน
หลังจากงานเปิดตัว Windows 8 ของ Microsoft อย่างเป็นทางการ ก็มี Acer เป็นแบรนด์แรกในไทยที่จัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างมาเพื่อ Windows 8 ในตัว โดยทาง Acer ใช้คอนเซ็ปท์ว่า “Infinitely Yours” ซึ่งก็หมายถึงตัวผลิตภัณฑ์ Acer ที่จะได้รับการออกแบบมาให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่ใช่แต่เพียงว่าสร้างผลิตภัณฑ์ออกมาตามความต้องการของทาง Acer เองเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การใช้งาน Windows 8 ที่ดีที่สุดจากผลิตภัณฑ์ Acer
Acer เปิดตัว คอมพิวเตอร์ รุ่นใหม่รับ Windows 8
โดยงานนี้เปิดงานด้วยการเชิญคุณนิธิ พัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายบริหารการตลาดของ Acer มาพูดถึงภาพรวมของ Acer รวมไปถึงแนวทางที่จะเดินต่อไปนับจากนี้ และที่สำคัญที่สุดก็คือตัวชองผลิตภัณฑ์ในตระกูลต่างๆ ของ Acer ที่จะออกตามมา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของโน้ตบุ๊ก, Ultrabook, แท็บเล็ต หรือจะเป็นคอมพิวเตอร์แบบ All-in-One ก็มีด้วยเช่นกัน
Acer เปิดตัว คอมพิวเตอร์ รุ่นใหม่รับ Windows 8
โดยสินค้าที่ Acer นำมาเปิดตัวในงานก็ได้แก่
  • Acer Aspire S7 Touch Ultrabook ทั้งรุ่น 11.6 และ 13 นิ้ว
  • Acer Aspire V5 และ M5 รุ่นอัพเกรดไปใช้จอสัมผัส
  • Acer Iconia W510 และ W700
  • Acer Aspire 5600U และ 7600U All-in-One

Windows 8 ดีอย่างไร
Bookmark and Share 

บทความน่ารู้ เรื่องWindows 8 ดีอย่างไร
ที่นี่คือศูนย์รวมบทความที่น่าสนใจและให้ความรู้จากทุกมุมโลก เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับคนไทยทุกคน

ใช้ Windows 8 ต้องรู้อะไรบ้าง

อยากทดลองใช้ Windows 8 ต้องรู้อะไรบ้าง  เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ค้างคาใจสำหรับผู้ที่ต้องการทดลองใช้ Windows 8 ไม่ต้องกลัวอีกต่อไปครับ "ไม่มีอะไรยากเกินกว่าที่เราจะพยายาม" บล๊อกนี้จะอธิบายเกี่ยวกับหน้าตาทั่วไปของ Windwos 8 ครับ 
หน้าจอ Lock Screen
 
      เมื่อเราเปิดคอมพิวเตอร์ของเราขึ้นมา หน้าจอที่เราจะเห็นก็คือ Lock Screen  ในหน้าจอนี้จะแสดงเนื้อหาจากแอปแบบสดๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้  เราจะรู้ว่ามีอีเมลที่ยังไม่ได้อ่าน ตารางนัดหมาย โดยที่เรายังไม่ได้ปลดล๊อคอุปกรณ์
   หน้าจอ Start Screen
  
  หน้าจอ  Start screen  หรือเรียกอีกอย่างว่า Metro UI   (Metro User Interface) หลายคนจะงงกับหน้าต่างนี้ว่ามันคือะไรหว่าา หน้านี้ก็คือหน้าที่ได้จัดรวม Application ไว้ด้วยกันครับ  เช่น VDO, เกมส์ต่างๆ , รูปภาพ,และอื่นๆอีกมากมายที่รวมเป็น Icon Application ให้เราได้เลือกและสรรหาใช้งานครับ
 
 
หน้าจอ Windows Desktop
 
      หน้าจอ Windows Desktop หน้านี้ก็คือหน้าจอปกติของ Windows 7  แหละครับ  หน้านี้จะเอาไว้สำหรับเวลาที่เราเปิดพวกโปรแกรมที่เราลงเพิ่ม เช่น MS Office, Photoshop, Winamp, รวมถึงการเข้าไปใช้งานใน Drive  มใน การที่เราเปิดโปรแกรมจากหน้า Metro UI บางโปรแกรมจะต้องมาทำงานในหน้าDesktop นี้ แต่บางโปรแกรมที่ไม่ต้องการ Windows desktop เวลาเราเปิดโปรแกรมบนหน้า Metro ก็จะสามารถทำงานได้เลย
 
 
หน้า  Charms bar   เป็นเมนูของ Windows 8 ที่แอบถูกซ่อนไว้ด้านขวาของจอนั่นเอง  ซึ่่งเมนูนี้จะซ่อนเอาไว้ทั้งในหน้า Metro UI และ หน้า Windows Desktop เราจะสามารถเห็นได้ก็ต่อเมื่อเอาเมาส์ ไปชี้ที่ด้านข้างขวาของจอ  หรือชี้ที่มุมขวาบน ก็จะปรากฏออกมา ส่วนประกอบก็จะมี Search, Share, Start, Devices, Setting  ซึ่งแต่ละเมนูก็จะมีความหมายตามเมนูนั้นๆครับ
 
 
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ  ได้เรียนรู้ส่วนประกอบของ windows 8 หลายอย่าง หวังว่าจะเป็นข้อมูลความรู้และสามารถนำไปใช้กับ windows 8 ได้นะครับ ขอให้สนุกกับ windows 8 ครับ

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ตัวอย่างการใช้งาน DriverMax สำรองไดรเวอร์


ในที่นี้จะแสดงตัวอย่างการสำรองไดรเวอร์หรือ Backup Driver ใน Windows 7 เก็บไว้ด้วยโปรแกรม DriverMax
1. เข้าโปรแกรม DriverMax จะปรากฏหน้าจอดังตัวอย่าง
2. ให้คลิกที่ Driver backup and restore
3. คลิกที่ Backup drivers




4. คลิกติ๊กถูกเลือกไดรเวอร์ที่ต้องการ Backup เก็บไว้
5. คลิก Backup... และ Backup selected drivers to specified folder
6. เลือกไดรว์และโฟลเดอร์ที่ต้องการเก็บไฟล์ไว้
7. คลิกและพิมพ์ชื่อไฟล์ ในช่อง Filename
8. คลิกปุ่ม Save
9. โปรแกรมจะเริ่มก็อปปี้สำรองไดรเวอร์เก็บไว้ รอสักพัก
10. เมื่อสำรองเสร็จแล้ว จะแสดงข้อความ Backup operation completed
11. คลิก Close ปิดโปรแกรม
12. ตัวอย่างไฟล์ที่ได้จะเป็นไฟล์แบบ zip
13. เมื่อแตกไฟล์ zip แล้วก็จะได้ไดรเวอร์แยกเก็บไว้ในแต่ละโฟลเดอร์ คราวนี้ก็หายห่วง กรณีต้องติดตั้ง Windows ใหม่อีกครั้ง ก็เรียกใช้งานได้เลย
14. กรณีที่คอมพิวเตอร์มีปัญหาต้องลงโปรแกรมใหม่ หลังจากติดตั้ง Windows เสร็จแล้ว ให้ติดตั้งโปรแรกม DriverMax แล้วจึงใช้คำสั่ง Restore drivers form backup จากนั้นจึงเรียกใช้ไฟล์ที่ได้สำรองไว้ ง่ายๆ แค่นี้ เอง


แก้ปัญหาความชื้นทำให้คอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊คไม่ทำงาน

บทความแนะนำวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยตัวเอง กรณีคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊คไม่ทำงาน เพราะความชื้นทำให้แรม การ์ดจอ หรือการ์ดอื่นๆ ที่ติดตั้งลงบนเมนบอร์ดมีปัญหา เครื่องมองไม่เห็น เปิดเครื่องไม่ได้ เป็น อาการที่เจอกับเครื่องมือสองจากญี่ปุ่นทั้ง 3 เครื่องเลย ที่ผมใช้งานอยู่






การแก้ปัญหาในโน้ตบุ๊ค
สำหรับโน้ตบุ๊คจะมีแรมที่เป็นส่วนประกอบที่ต้องเสียบหรือต่อเพิ่มลงไปในเมนบอร์ด จากการใช้งานเครื่องรุ่นนี้ มีปัญหาบ่อยมาก เพราะความชื้นทำให้มองไม่เห็นแรม เปิดเครื่องแล้วเงียบไม่มีอะไรบนหน้าจอ เวลาเอา ไปซ่อม ก็ไม่พบอาการผิดปกติแต่อย่างใด และทุกครั้งที่เอาเข้าไปที่เซียร์ พ่อประคุณทูลหัว ก็จะหายเป็นปกติ เสียค่าน้ำมันและค่าซ่อมรวมๆ ไปหลายลัง
ตอนนี้ก็ลองแก้ไขง่ายๆ ด้วยการเอาน้ำยาไล่ความชื้นอย่างโซแนก ฉีดเข้าไปไม่ต้องมากนะครับ แล้วเปิดพัดลมเป่าให้แห้ง ก็สามารถเปิดเครื่องได้ตามปกติ
การแก้ปัญหาในคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ
กรณีคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะก็เช่นเดียวกัน แต่จะให้ดีควรหาตัวดูดความชื้นมาไว้ในเคสเลยจะดีกว่า ป้องกันไว้ก่อน สำหรับคอมพิวเตอร์แบบนี้ นอกจากแรมแล้วก็จะมีการ์ดจอหรือการ์ดอื่นๆ ก็จัดการฉีดบางๆ ไล่ ความชื้นได้เช่นเดียวกัน
การทำความสะอาดหน้าสัมผัสการ์ดจอหรือแรมด้วยยางลบ
การแก้ปัญหาแบบเดิมๆ ที่เคยใช้ด้วยการเอายางลบมาลบคราบสกปรก ที่ตัวหน้าสัมผัสการ์ดจอหรือแรม เดี๋ยวนี้กลับใช้ไม่ได้ผล เหมือนกับว่า อาการป่วยของมัน เชื้อมีการพัฒนาตนเอง ฮา แต่ทั้งนี้ถ้าไม่มีตัวฉีดไล่ ความชี้นก็ลองใช้วิธีนี้แก้ขัดก่อนก็ได้




อ้างอิง http://www.siamebook.com/lbro/